ทอดปลาไม่ติดกระทะ

ทอดปลาไม่ติดกระทะ เคล็ดลับให้อร่อย ไม่ยากอย่างที่คิด!!

วันนี้แอดไปเดินตลาดเห็นปลาสดๆก็อดใจไม่ไหวก็เลยนึกเอา… เคล็ดลับ ทอดปลาไม่ติดกระทะ สำหรับมือใหม่จะทอดอย่างไรให้ สวย เหลือง กรอบ ไม่ติดกระทะ น้ำมันกระเด็นน้อย มาดูกันเลยดีกว่า…

สิ่งที่ต้องเตรียม 
  • ปลาสดๆ จะเป็นปลาทัพทิม ปลานิล ปลากะพง ตามชอบเลยจ้า
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด แนะนำเป็นน้ำมันปาร์ม เพราะทนความร้อนได้สูง
  • เกลือ
  • กระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ หรือ ผ้าสะอาด
วิธีทำ

1.เริ่มจาก นำกระดาษ หรือ ผ้ามาซับน้ำบนตัวปลาให้หมาด

2.บั้งปลาเป็นทรงข้าวหลามตัด

3.ทาเกลือบนตัวปลาบางๆทั้งสองด้านให้ทั่ว พักไว้

4.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอน้ำมันร้อน

5.น้ำมันร้อน ใส่ปลาที่พักลงไปทอดให้สุกทีละด้านจึงกลับด้านปลา

6.ตักปลาขึ้นสะเด็ดน้ำมมัน พร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับ 
  • วิธีสังเกตว่าน้ำนร้อนหรือยัง? สังเกตที่ผิวหน้าของน้ำมันถ้าน้ำมันยังร้อนไม่ได้ที่ ผิวของน้ำมันจะนิ่ง เนื่องจากยังไม่ถึงจุดเดือด แต่เมื่อผิวน้ำมันเป็นคลื่น แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว
  • น้ำในตัวปลายิ่งน้อย เวลาทอดน้ำมันจะไม่ค่อยกระเด็น อย่าลืมซับให้หมาดๆนะครับ
  • เกลือมีส่วนช่วยให้หนังปลาไม่ติดกระทะ
  • หลังจากใส่ปลาลงกระทะ อย่าพึ่งรีบกลับ ให้รอปลาสุกทีละด้านก่อนค่อยกลับ เนื้อปลาจะเละได้
  • เพียงเท่านี้เมนูปลาทอดก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว ปลาทอดหอมๆ หนังกรอบๆ เนื้อชุ่มๆ รับประทานคู่กับพริกน้ำปลา มะนาว และข้าวสวยร้อนๆ แค่คิดก็ฟินแล้วขอรับ

เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาสด

ปลาสดเค้าเลือกกันอย่างไรนะ?

ปลา อุดมไปด้วยโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีไขมันต่ำ โปรตีนในปลาย่อยง่าย สามารถนำมาสร้างสรรค์เมนูอร่อยๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะนำมาทำแบบต้ม ผัด แกง หรือทอด ก็ดีทั้งนั้น แต่ก่อนจะนำมาปรุงอาหาร ก็จะต้องเลือกซื้อปลากันซะก่อน วันนี้เลยมี 6 เคล็ด (ไม่) ลับกับการเลือกซื้อปลาสดมาบอกกัน เชื่อว่า ต้องถูกใจคุณแม่บ้านมือใหม่อย่างแน่นอน

เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาสด
  • เนื้อปลาต้องแน่น ไม่เละ กดดูเนื้อปลาต้องเด้งคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว
  • ตาปลาต้องกลมใส ไม่ขุ่นหรือหลุดออกจนโบ๋
  • เหงือกปลาต้องมีสีแดงสด ไม่เขียวคล้ำ
  • เกล็ดปลาต้องมันเป็นเงา เรียบและไม่หลุดออกจากตัว
  • กลิ่นของปลาต้องมีกลิ่นคาวธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
  • บริเวณใต้ท้องปลาต้องไม่แตก
วิธีการเลือกซื้อปลา
  • เหงือกมีสีสด
  • ตาปลาต้องใส
  • เกล็ดและหนังไม่ขุ่น
  • เนื้อแน่น เมื่อกดดูไม่บุ๋มตามรอยนิ้วมือ
  • เนื้อไม่แข็งทื่อ
  • ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
  • เหงือกมีสีสด
วิธีการล้างปลาสดให้หมดเมือกและกลิ่นคาว
  • ล้างน้ำเปล่าธรรมดา แต่เน้นที่ความแรงของน้ำ
  • ล้างด้วยน้ำผสมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วตามด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
  • ล้างด้วยการนำมะนาวฝานเป็นชิ้นมาถูที่เนื้อปลา แล้วตามด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
  • ล้างด้วยน้ำส้มมะขามเปียก แล้วตามด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
การเก็บรักษา

ควรทำความสะอาดปลาก่อน กล่าวคือ ต้องขอดเกล็ดออกให้หมด ถ้าไม่มีเกล็ดต้องขูดเมือกออก ดึงเหงือกและควักไส้ออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น ใส่กล่องพลาสติก ปิดฝา นำเข้าช่องแช่แข็ง

ประโยชน์ของปลานิล

1. เพิ่มการทำงานของระบบประสาท และสมอง เพราะปลานิลที่โอเมก้า 3 ไม่น้อยไปกว่าปลาทะเลน้ำลึกบางพันธุ์ ช่วยเพิ่มการจดจำของสมอง และป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์

2. มีปริมาณโซเดียมต่ำ จึงเหมาะแก่การนำไปทำเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

3. แหล่งโปรตีนที่สำคัญ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย

4. มีไขมันน้อยมาก ใครก็ตามที่อยากกินคลีน เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยไขมันอุดตันเส้นเลือด ไขมันพอกตับ สามารถทานปลานิลเป็นโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกายได้ แถมยังให้แคลอรี่ต่ำอีกด้วย

5. ผิวพรรณสดใสเต่งตึงได้ด้วยปลานิล เพราะปลานิลมีคอลลาเจนตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

6. ลดความเสี่ยงการแท้งลูก สำหรับหญิงมีครรภ์ และเด็กที่คลอดออกมาจะมีโอกาสเสี่ยงโรคสมาธิสั้นน้อยกว่าแม่ที่ไม่ได้ทานปลานิลอีกด้วย

7. ป้องกันโรคหลอดเลือด และหัวใจ เพราะเป็นปลาที่มีโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ คอเลสเตอรอล และไขมันต่ำ และลดการสะสมของไขมันในร่างกาย

ขอบคุณข้อมูลจาก

#ACuisine #เอคูซีน #รู้หรือไม่ #TamTip

สูตรอาหารน่าสนใจ