ใบเตย สำหรับทำขนม กับ ใบเตยสำหรับไหว้พระ ต่างกันอย่างไร?

ใบเตย สำหรับทำขนม กับ ใบเตยสำหรับไหว้พระ เป็นคนละชนิดกัน…วันนี้แอดมีสาระน่ารู้จากใบเตย ที่เราใช้กันทุกวัน ไม่ว่าจะทำขนม อาหาร หรือนำมาไหว้พระ แต่จะมีวิธีการเลือกอย่างไร สังเกตอย่างไรนั้นต้องตามมาเลยครับ

มารู้จักกับพืชชนิดนี้กันเสียก่อน

ใบเตย หรือเรียกว่า เป็นสมุนไพรไทยที่มาแต่โบราณ เป็นไม้ยืนต้น มีทรงพุ่มขนาดเล็กขึ้นเป็นกอ ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน มีข้อสั้นๆโผล่จากดินเล็กน้อย จะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียนจนถึงปลายยอด มีลักษณะยาวรี ใบเป็นทางยาว มีเส้นกลางชัด ขอบใบเรียบ ใบแข็งเรียบเป็นมัน มีสีเขียว มีกลิ่นหอม ใช้ทำเครื่องดื่มต่างๆ และนำมาใช้ผสมอาหาร แต่งกลิ่น เพิ่มสีอาหารเมนูต่างๆ ได้หลายเมนู ในประเทศไทยมีปลูกหลายสายพันธุ์

ประโยชน์ของเตยหอม
  • ใบสดนำไปปั่นให้ละเอียดแล้วคั้นแยกน้ำนำมาผสมเพื่อทำเป็นขนมหวานเช่นขนมเปียกปูนสังขยาใบเตยวุ้นใบเตย
  • ใบสดประมาณ 10 ใบนำไปต้มในน้ำเดือด เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลก็จะได้น้ำใบเตยมาดื่มให้ชื่นใจ
  • ใบเตยสดนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปตากแห้ง เพื่อนำมาชงเป็นชาใบเตย
  • นำใบเตยสดไปห่อขนมหวานเช่นตะโก้
  • นำใบเตยมัดรวมกันวางไว้ในห้องเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
  • ใบเตยสดนำมาจัดรวมกับดอกไม้อื่นๆ ใช้สำหรับไหว้พระ
สรรพคุณของใบเตย
  • ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บหรือหลังจากการหายป่วย ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ต้านการอักเสบต่าง
  • ช่วยดับพิษไข้แก้ร้อนในกระหายน้ำ
  • บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายได้ดี แก้อาการท้องผูก
  • สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจใบเตยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะใบเตยมีสารที่ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยกระตุ้นให้หัวใจเต้นปกติ
  • และลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาโรคหัด รักษาโรคสุกใส แก้โรคผิวหนัง
ความแตกต่างของเตยทั้ง 2 ชนิด!

“ใบเตย” สำหรับทำขนม เป็นเตยต้นตัวเมีย หรือที่เราเรียกคุ้นหูว่า “เตยหอม” ลักษณะ ใบจะมีสีอ่อน หากยังไม่แน่ใจให้ลองขยี้ใบดูจะมีกลิ่นที่หอมมาก

ส่วน “ใบเตย” สำหรับใช้จัดแจกันดอกไม้ หรือมัดกำรวมกับดอกไม้ไหว้พระ เรียกว่า “เตยหนู” ลักษณะใบจะมีสีเข้ม ใบจะมีขนาดเล็กกว่า ลำต้นสั้น ขยี้แล้วกลิ่นจะไม่หอมมากออกจะเหม็นเขียว แอดเชื่อว่าหลายๆคน คงต้องใช้ผิดประเภทกันบ้าง…

เลือกใช้ใบเตยให้เหมาะ

ใบเตยที่จะใช้ทำขนม หรือ ทำน้ำใบเตยนั้น ต้องใช้ให้ถูกประเภท นั่นก็คือต้องเลือกใช้ “เตยหอม” เท่านั้น เพราะไม่อย่างงั้น กลิ่นและรสของขนมและน้ำใบเตยที่ทำก็จะเหม็นเขียวได้และกลิ่นไม่หอมเท่าที่ควร…

การจัดดอกไม้ไหว้พระก็สามารถที่จะนำเตยหอมมาใช้ได้เช่นกัน นอกจากจะได้สีเขียวสบายตายังทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบเตยอีกด้วย

8 คุณประโยชน์จากต้นเตย หรือใบเตย
1. ช่วยบำรุงสมอง ประสาท ทำให้สดชื่น และแก้อาการอ่อนเพลีย

นำใบเตยสดมาต้ม ดื่มวันละ 2 เวลา เช้าและกลางวัน  แนะนำว่าควรดื่มน้ำใบเตยเย็นๆ และไม่ควรใส่น้ำตาลมากเกินไป

2. ช่วยบำรุงหัวใจ และลดความดันโลหิต

เตยหอมเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพราะมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด  รวมทั้งช่วยปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้   ด้วยการนำใบสดมาต้มน้ำ  ดื่มวันละ 2 เวลา เช้าและเย็น

3. ช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคเบาหวาน

นำต้นและรากปริมาณ 1 กำมือมาต้มน้ำ  ดื่มทุกวัน วันละ 2 เวลาเช้าและเย็น ช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคเบาหวานได้

4. ช่วยรักษาโรคหัด

นำใบเตยสดมาตำให้พอหยาบ นำมาพอกผิวหนังในส่วนที่เป็นโรคหัดและโรคผิวหนังอื่นๆ จะช่วยล้างพิษ เชื้อโรค และไวรัสที่อยู่บนผิวหนังได้

5. ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคข้อ

นำใบเตยสด 3 ใบ มาล้างให้สะอาด  สับให้ละเอียดแล้วนำมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว คนให้เข้ากัน แล้วเทเก็บลงในขวด หรือภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด  นำมาทาบริเวณข้อที่ปวดจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้

6. ช่วยรักษารังแคบนหนังศีรษะ

นำใบเตยสดจำนวน 2 – 5 ใบ มาบดให้ละเอียดจนมีลักษณะคล้ายผงแป้งแล้วนำมานวดศีรษะเป็นประจำ จะช่วยลดรังแคบนหนังศีรษะได้

7. ย้อมผมดำ

ถึงจะนิยมนำใบเตยไปผสมอาหารให้เป็นสีเขียว แต่เราสามารถนำใบเตยมาย้อมผมให้ดำเงางามได้ โดยใช้ใบสดจำนวนหนึ่งมาต้มจนเป็นสีเขียวเข้ม  จากนั้นนำมาผสมกับน้ำลูกยอต้มแล้วนำมาหมักผมก็จะช่วยให้ผมกลับมาดำเงางามได้

8. ช่วยบำรุงผิวพรรณ

ใบเตยมีสารทางยาที่ช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ จึงสามารถนำใบสดมาปั่นและพอกผิวเพื่อบำรุงผิวให้สดใสได้เช่นเดียวกัน

เตย หรือเตยหอม จัดเป็นสมุนไพรที่มากด้วยประโยชน์ หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด หรือหากจะปลูกไว้เองที่บ้านก็ดีไม่น้อย แถมยังเป็นพืชที่ปลูกไม่ยาก ปลูกครั้งเดียวก็ใช้ได้นาน

ขอบคุณข้อมูลจาก