วิธีทอดไส้กรอกอีสาน แบบง่ายๆทำกินเองได้ที่บ้าน

วิธีทอดไส้กรอกอีสาน แบบง่ายๆทำกินเองได้ที่บ้าน เคล็ดลับการทอดที่ไม่ใส่ น้ำมัน ไส้ไม่แตก พร้อมวิธีล้างคราบติดกระทะหลังทอดไส้กรอก มาดูกันเลยจ้า

อีกหนึ่งปัญหาของคุณพ่อบ้านแม่บ้าน ที่มาบ่นให้แอดฟังบ่อยม๊ากก ก็คือ…การทอดไส้กรอกอีสาน! ศาสตร์แห่งการทอดไส้กรอกอีกสาน เพราะทอดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดั่งใจซักที ไส้กรอกแตกบ้าง อมน้ำมันบ้าง ไม่น่ารับประทาน แอดจะบอกเคล็ดลับให้ ว่าทอดไส้กรอกอีสานอย่างไรให้สีสวย สุกกำลังดี แถมไม่ต้องใช้ น้ำมัน!! มาดูกันเลย

วัตถุดิบ

1.ไส้กรอกอีสาน 1 พวง

2.น้ำเปล่า 1 ถ้วย  

วิธีทอดไส้กรอกอีสาน ไม่ใส่น้ำมันไม่ให้แตก 

1. ตัดไส้กรอกอีสาน เป็นข้อๆ จากนั้นใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มไส้กรอกอีสานให้ทั่ว

2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำเปล่าแทนน้ำมัน เปิดแก๊สรอให้น้ำเดือดจัด (กะปริมาณน้ำพอดี ไม่ให้ท่วมไส้กรอก)

3. ใส่ไส้กรอกอีสานลงไป หมั่นคนเป็นระยะ เพื่อให้สุกทั่วชิ้น ผัดจนน้ำเริ่มงวด และแห้งไป (จะสังเกตได้ว่า มีน้ำมันจากไส้กรอกออกมา)

4. เมื่อน้ำงวดแล้ว จะเหลือแต่น้ำมันจากไส้กรอก ให้หมั่นคนอยู่ตลอด จนไส้กรอกสีเริ่มขึ้น เป็นน้ำตาลตามที่เราต้องการก็ตักขึ้นพร้อมเสิร์ฟ

5. คราบติดกะทะ ให้เติมน้ำเปล่าลงไป แล้วเปิดไฟอ่อน ค่อยๆคน คราบติดแน่นก็หลุดออกง่าย เทน้ำออกแล้วล้างตามปกติได้เลยครับ เพียงเท่านี้ก็ได้ ไส้กรอกอีสานทอด แบบง่ายๆไว้กินอร่อยๆ แถมไม่ง้อน้ำมัน ไส้ไม่แตก อร่อยมาก! ลองทำกันดูนะครับ 🥰 ภาพประกอบ

เคล็ดลับอื่นๆติดตามได้ที่ACuisine

 วิธีการทำไส้กรอกอีสาน รสเด็ด!

อาหารพื้นบ้านชาวที่ราบสูง หากเอ่ยถึงที่มาของไส้กรอกอีสาน คงต้องเท้าความไปถึงไส้กรอก อาหารต่างชาติที่เข้ามาในแผ่นดินสยามตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์และแพร่หลายไปยังภาคต่างๆของไทย รวมถึงภาคอีสาน จนกลายเป็นเมนูพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ขั้นตอนการทำ ไส้กรอกอีสานส่วนผสม (จำนวน 100 – 120 ลูก) เตรียม 30 นาที ปรุง 50 นาที (ไม่รวมเวลาแช่เย็น)

  • เนื้อสะโพกหมูบด 5 กิโลกรัม
  • มันแข็งและมันเปลวบดรวมกัน อย่างละ 2 กิโลกรัม
  • ข้าวสวยหุงสุก 800 กรัม
  • กระเทียมไทยไม่ปอกเปลือกสับหยาบ 500 กรัม
  • เกลือ 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • ไส้อ่อนหมู
  • ผักเคียง ได้แก่ ขิงสด ต้นหอม ผักชี กะหล่ำปลี และพริกขี้หนู

วิธีทำ1. เคล้าข้าวสวยหุงสุกกับกระเทียมพอเข้ากัน พักไว้2. ผสมเนื้อหมูและมันหมูให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมในข้อ 1 ลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทราย คลุกเคล้าส่วนผสมด้วยมือให้เข้ากันจนทั่วประมาณ 5 นาที3. อัดส่วนผสมในข้อ 2 ลงในไส้อ่อนของหมูจนหมด ใช้เชือกมัดให้เป็นลูกกลม นำไปแช่ตู้เย็นไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นจึงนำมาทอดหรือย่าง รับประทานพร้อมผักเคียง พลังงานต่อหนึ่งลูก 326.44 กิโลแคลอรีโปรตีน 21.27 กรัม ไขมัน 240.06 กรัมคาร์โบไฮเดรต 5.55 กรัม ไฟเบอร์ 0.59 กรัม สูตร : สุภิญญา ชัยวิสิทธิ์ภาพ : พีระพัฒน์ พุ่มลำเจียก ประโยชน์ของหมู สำหรับใครที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่อยากทานเนื้อวัวควรเลือกทานเนื้อวัวพันธุ์พื้นเมืองมากกว่าโคขุน  นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแล้ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงในเรื่องของเลือด และวิตามินบี 12 ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ และสมองเสื่อมอีกด้วย หากจะทานให้ได้โปรตีนสูงและไขมันที่น้อยที่สุด ควรเลือกทานเนื้อสันส่วนบน จะมีไขมันแทรกอยู่น้อยที่สุด

เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุด ในปัจจุบันเนื้อส่วนที่มีคุณภาพ(ของโปรตีน)มากที่สุดคือ เนื้อสันใน และเนื้อที่มีไขมันมากที่สุดคือหมูสามชั้น ตามมาด้วยคอและซี่โครง เนื้อหมูที่สดจะมีสีชมพูอ่อน ใช้นิ้วกดลงไปแล้วไม่ยุบ

เนื้อหมู นอกจากจะอุดมไปด้วยโปรตีนแล้ว ยังเป็นแหล่งของสารอาหารอื่นๆ เช่นวิตามินบี 1 ช่วยลดอาการเหน็บชา วิตามินเอบำรุงสายตา และยังมีฟอสฟอรัส และไนอาซีน(วิตามินบี3) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นช่วยในการลดไขมัน ลดการอักเสบของผิวหนัง หรือแม้กระทั่งบำรุงสมอง จะพบมากในเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน

ขอบคุณ

www.honestdocs.co