นมอัลมอนด์ (Almond Milk) เป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากเมล็ดอัลมอนด์ ด้วยคุณค่าทางสารอาหารและปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำ จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ

นมอัลมอนด์

ส่วนผสม

อัลมอนด์200กรัม
น้ำเปล่า ต้มสุก450กรัม
น้ำผึ้ง  

วิธีทำ

  1. แช่อัลมอนด์ในน้ำเปล่า ข้ามคืน จะปอกเปลือก หรือไม่ก็ได้
  2. ล้างอัลมอนด์ให้สะอาดอีกครั้ง ใส่โถปั่นเติมน้ำ แล้วปั่นให้ละเอียด
  3. กรองด้วยกระชอนและผ้าขาวบาง คั้นน้ำจนหมด
  4. แช่ตู้เย็น พร้อมดื่มได้ทันที

** มีอายุ 2 วัน แนะนำอย่าทำปริมาณเยอะ

ขั้นตอนการทำ

  • แช่อัลมอนด์ในน้ำเปล่า ข้ามคืน
  • กรองน้ำออก เราจะได้เมล็ดอัลมอนด์ อูมๆ ที่อุ้มน้ำไว้
  • ใสอัลมอนด์กับน้ำ ลงเครื่องปั่น
  • เริ่มปั่นกันเลยจ้า
  • จะได้ประมาณนี้
  • กรองผ่านผ้าข้าวบาง
  • ใช้ไม้พายช่วยกดๆ หน่อย
  • คั้งแบบนี้ดีกว่า สะใจดี อารมณืเหมือนคั้นกะทิเลย
  • กากที่เหลือ **ที่จริงเก็บไว้ทำอย่างอื่นได้อีกนะเนี่ย เช่นทำคุกกี้ง่ายๆ เสียดาย…!!
  • เทลงขวด ปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็น เก็บได้ 2 วัน

นมอัลมอนด์กับประโยชน์ต่อสุขภาพ

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่แพ้นมวัว หรือกลุ่มผู้ที่กินมังสวิรัต หรือแม้แต่ผู้ที่กลัวการได้รับสารตกค้าง หรือฮอร์โมนที่อาจได้มาจากนมของสัตว์ คือ นมที่มาจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง น้ำนมข้าว และที่กำลังเป็นกระแสสุขภาพในปัจจุบัน หลายคนชอบในรสชาติ เชื่อว่ามีสารอาหารสูง และดื่มเพราะต้องการลดความอ้วน แต่ว่านมอัลมอนด์จะดีจริงหรือแค่เป็นกระแส เราต้องมาดูกันว่ามีงานวิจัยที่สนับสนุนถึงผลทางสุขภาพอย่างไรบ้าง

ข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับนมอัลมอนด์ 

นมอัลมอนด์ให้พลังงานต่ำกว่านมวัว หลายคนอาจสงสัยหรือสับสนว่าเป็นไปได้อย่างไร เพราะเมล็ดอัลมอนด์ให้พลังงานสูงเนื่องจากเป็นไขมัน แต่สำหรับนมอัลมอนด์ที่มีกระบวนการนำไปแช่น้ำจะทำให้พลังงานในนมอัลมอนด์ต่ำ ดังนั้นนมอัลมอนด์จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมพลังงาน ลดน้ำหนัก  หรือผู้ที่ต้องการดื่มเครื่องดื่มแต่ไม่ให้พลังงานสูง

นมอัลมอนด์ 1 แก้ว (240 cc) โดยไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานจะให้พลังงานประมาณ 30-50 แคลอรี ขณะที่นมวัวปกติให้พลังงานประมาณ 150 แคลอรี นั่นหมายความว่านมอัลมอนด์จะมีพลังงานน้อยกว่านมวัวปกติประมาณ 60 % ผู้ที่ต้องการจำกัดพลังงานมากๆ เพื่อลดน้ำหนักหากลองดื่มนมอัลมอนด์ร่วมกับการออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนักลงได้ โดยมีงานวิจัยที่ทดลองให้ผู้ที่จำกัดพลังงานแล้วทดแทนด้วยการดื่มนมอัลมอนด์ สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าผู้ที่ลดน้ำหนักโดยไม่ดื่มนมอัลมอนด์ โดยงานวิจัยได้ใช้นมอัลมอนด์ทดแทนเครื่องดื่มและนมที่มีความหวาน 1-3 แก้วต่อวัน ซึ่งสามารถช่วยลดพลังงานที่ร่างกายจะได้รับจากเครื่องดื่มอื่น 200-300 แคลอรี

คุณสมบัติที่โดดเด่นของนมอัลมอนด์

น้ำตาลต่ำ เนื่องจากทำมาจากถั่วอัลมอนด์ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มถั่วเปลือกแข็งและมีปริมาณน้ำตาลต่ำมาก นมอัลมอนด์ 1 แก้วมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตประมาณ 1-2 กรัม ซึ่งนับว่าต่ำมาก ในขณะที่นมปกติ 1 แก้วมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 13-15 กรัม ซึ่งคือน้ำตาลนม แต่สำหรับนมอัลมอนด์ที่ขายอยู่อาจมีการเติมน้ำตาล 5-15 กรัม ซึ่งผู้บริโภคควรสังเกตดูด้วย เพราะอาจได้รับน้ำตาลสูงได้ เมื่อระดับน้ำตาลในนมอัลมอนด์ต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

วิตามินอีสูง ในอัลมอนด์มีวิตามินอีตามธรรมชาติอยู่ 30 กรัม อัลมอนด์มีวิตามินอีอยู่ประมาณ 40 % ของความต้องการวิตามินอีในแต่ละวัน ดังนั้นอัลมอนด์จึงเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่มีวิตามินอีสูง นมอัลมอนด์ 1 แก้วมีวิตามินอีอยู่ประมาณ 20-50 % ของวิตามินอีที่ต้องการในแต่ละวัน ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละกระบวนการทำ และแตกต่างจากนมหรือเครื่องดื่มอื่นที่มีปริมาณวิตามินอีต่ำ

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบของร่างกายและลดระดับความเครียดของร่างกาย ช่วยปกป้องสารอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม และวิตามินอียังดีต่อผิวพรรณและสายตา

จากงานวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันและลดกลไกการเกิดความเสื่อมจากโรคสมองเสื่อมได้ เป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียม โดยปกติเมื่อนึกถึงแหล่งที่มาของแคลเซียมส่วนใหญ่จะนึกถึงนมและผลิตภัณฑ์จากนม ในนม 1 แก้วจะมีแคลเซียมตามที่ร่างกายต้องการอยู่ประมาณ 25-30 % ส่วนในนมอัลมอนด์ 1 แก้วก็จะมีแคลเซียมตามความต้องการของร่างกายอยู่ประมาณ 7 % ซึ่งอาจจะน้อยกว่าในนมวัวปกติแต่ก็ยังเป็นแหล่งของแคลเซียม

แคลเซียมมีประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกผุ กระดูกพรุน ช่วยในการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ เส้นประสาทต่างๆ หากยังรู้สึกว่านมอัลมอนด์มีแคลเซียมไม่สูงพอต่อความต้องการของร่างกายอาจเสริมด้วยการกินผักใบเขียวเข้ม หรือกินร่วมกับเมล็ดธัญพืชอื่นๆ เพื่อให้ได้แคลเซียมสูงขึ้น

ไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งดีสำหรับการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด นอกจากนี้นมอัลมอนด์ไม่มีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัว ที่สำคัญคือมีกรดไขมันโอเมกา-3 และกรดไขมันโอเมกา-6 ที่ช่วยลดการเกิดคอเลสเตอรอลและลดการอักเสบของร่างกาย ปราศจากน้ำตาลแล็กโทส หลายคนมีปัญหาในการย่อยน้ำตาลแล็กโทสจากการได้รับน้ำตาลแล็กโทสแล้วร่างกายไม่มีหรือมีแล็กเทสที่เป็นเอนไซม์ในการย่อยน้ำตาลแล็กโทสไม่เพียงพอ ซึ่งตามมาด้วยปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย โดยมักพบหลังจากการดื่มนมวัว สามารถนำนมอัลมอนด์ไปปรุงประกอบอาหารได้หลากหลาย

นอกจากนี้ยังนำไปทำเครื่องดื่มและขนมหวานได้โดยปรุงผ่านความร้อนได้อย่างปลอดภัย แต่สารอาหารบางตัวอาจลดลง เช่น สารพฤกษเคมี และยังนำไปใส่ในซีเรียล ข้าวโอ๊ตในอาหารเช้า เครื่องดื่มชา กาแฟ ช็อกโกแลต ผสมในสมูทตี ทำขนมกลุ่มมัฟฟิน แพนเค้ก ซุป ซอส และไอศกรีม

★ ข้อควรรู้สำหรับเด็กเล็ก 

นมอัลมอนด์ยังไม่ใช่นมที่ใช้แทนที่นมแม่หรือนมวัวเนื่องจากสารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต นมอัลดมอนด์มีทั้งชนิดสกัดเย็นและชนิดกล่อง UHT ซึ่งมีรสชาติและคุณค่าสารอาหารที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกชนิดที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและมีคุณภาพเพื่อป้องกันเชื้อที่อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือติดเชื้อทางเดินอาหารได้

สำหรับผู้ที่แพ้ถั่วไม่ควรบริโภคนมอัลมอนด์ และควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อความปลอดภัย

ข้อมูลจาก : gourmetandcuisine

#ACuisine #เอควิซีน #CherryKitCook #recipe
อยากกิน อยากฟิน อยากทำ อย่าลืมติดตาม A Cuisine (เอควิซีน)
📌Website: https://acuisineth.com/
📌Messenger : http://m.me/AcuisineTH
📌Instagram : www.instagram.com/acuisine.th/
📌Pinterest : www.pinterest.com/AcuisineTH/

สูตรอาหารที่น่าสนใจ